ง่ายแต่ลึก (๑) วัตถุประสงค์ของการเกิดเป็นมนุษย์คืออะไร
ง่ายแต่ลึก
(๑)
วัตถุประสงค์ของการเกิดเป็นมนุษย์
งานแท้จริงก็คือ
ทำอย่างไรเราถึงจะเข้าถึงพระรัตนตรัยซึ่งมีอยู่แล้วในตัวของเรา
พระรัตนตรัยในตัวที่เข้าถึงแล้วจะนำเราให้พ้นจากความทุกข์ทั้งหลายได้
โดยไปขจัดสาเหตุแห่งความทุกข์คือกิเลสอาสวะที่มีอยู่ในตัวของเราในใจของเราให้หมดสิ้นไป
แล้วใจของเราก็จะได้สะอาด สว่าง บริสุทธิ์ หมดจดจากกิเลสทั้งหลาย
หมายเอาพระธรรมกายอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
หน้าตัก ๒๐ วา สูง ๒๐ วา เกตุดอกบัวตูมตั้งอยู่บนจอมกระหม่อมบนพระเศียรของท่าน
ที่มีเส้นพระศก หรือเส้นผมขดเวียนเป็นทักษิณาวรรต ตามเข็มนาฬิกา
เรียงรายอย่างเป็นระเบียบ บนพระเศียรของท่านที่ตั้งอยู่บนพระวรกายของท่าน
คือกายที่ประกอบไปด้วยลักษณะมหาบุรุษครบถ้วนทุกประการ ในอิริยาบถเดียว
คืออิริยาบถนั่งเจริญสมาธิภาวนา
![]() |
| ลักษณะมหาบุรุษ |
เราก็ค่อย ๆ
ประคับประคองใจของเราให้หยุดให้นิ่ง ๆ อย่างสบาย ๆ โดยลืมสิ่งแวดล้อม
ภาคบ่ายนี้อากาศจะอ้าวแค่ไหนก็ช่างมัน ต้องฝึกให้ได้ทุกสภาวะอากาศ
เพราะเราจะต้องพร้อมเสมอกับทุกสิ่งที่จะบังเกิดขึ้น ซึ่งไม่เลือกกาลเวลา
ไม่เลือกสถานที่ ไม่เลือกสภาวะ เราก็จะต้องฝึกให้ได้ไปหาความเย็นอยู่ภายในกลางกาย
โดยลืมความอ้าวภายนอก ด้วยการทำใจให้หยุดนิ่ง ๆ เบา ๆ สบาย ๆ
อย่าไปหวั่นไหวกับความมืดที่มาบดบังใจเรา
เพราะความมืดไม่ได้มีตลอดกาลเหมือนทางโลกนั่นแหละ ความมืดในยามราตรี ๑๒ ชั่วโมง
แล้วความสว่างก็จะเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นเราจะไม่หวั่นไหว ทำใจหยุดนิ่งเรื่อยไปเลย
ไม่ช้าเดี๋ยวความสว่างก็จะมาปรากฏเอง ความมืดก็จะสลายไปเมื่อใจหยุดนิ่ง
![]() |
| ภาพจาก www.pixabay.com |
วัตถุประสงค์ของการมาเกิดเป็นมนุษย์ เพื่อแสวงหาพระรัตนตรัยในตัว
ซึ่งเป็นที่รวมความปรารถนาของเราทั้งมวล ตั้งแต่ความสุขที่แท้จริง ความรู้เรื่องราวความเป็นจริงของชีวิตคือดวงปัญญา ความรัก และปรารถนาดีต่อสรรพสัตว์ทั้งหลาย ที่เรียกว่ามหากรุณา แล้วก็อานุภาพอันไม่มีประมาณ ที่จะดลบันดาลความปรารถนานั้น ให้สมหวังได้ บริสุทธิ์ก็ดี ปัญญาก็ดี มหากรุณาก็ดี หรืออานุภาพอันไม่มีประมาณก็ดี รวมประชุมอยู่ในธรรมกายในตัวนั่นแหละ
![]() |
| ภาพจากเพจ wordy guru |
เพราะฉะนั้น เราต้องหาให้เจอ เมื่อท่านอยู่ตรงศูนย์กลางกายฐานที่
๗ เราก็ต้องมาหาที่ฐานที่ ๗ โดยการทำใจให้หยุดให้นิ่ง ๆ เบา ๆ สบาย ๆ จะภาวนาสัมมา
อะระหัง ประกอบไปด้วยก็ได้ หรือถ้าเรามั่นใจว่า เราไม่ต้องภาวนาก็ไม่ฟุ้ง ไม่ไปคิดเรื่องอื่น
ใจจะตั้งมั่นได้ เราก็ไม่ต้องภาวนา แล้วแต่เรา เพราะแต่ละคนไม่เหมือนกัน
![]() |
| ภาพจาก www.pixabay.com |
จะภาวนาก็ได้ จะไม่ภาวนาก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าจะภาวนาก็ต้องให้เป็นเสียงที่ละเอียดอ่อนค่อย
ๆ ดังออกมาจากกลางท้องของเรา เหมือนมาจากแหล่งแห่งความบริสุทธิ์ แหล่งแห่งอานุภาพที่ไม่มีประมาณ
แหล่งแห่งปัญญา แหล่งแห่งมหากรุณาพรั่งพรูออกมาจากตรงนั้น
ภาวนาไปเรื่อย ๆ กี่ครั้งก็ได้ จนกว่าอยากจะอยู่เฉย
ๆ หยุดกับนิ่งอย่างเดียว ถ้าเป็นอย่างนี้แล้วเราก็ไม่ต้องหวนกลับมาภาวนาใหม่
![]() |
| ภาพจาก www.dmc.tv |
สุขทุกข์อยู่ที่ใจเรา มันก็แล้วแต่เราจะหยิบอะไรออกมาใช้
คนฉลาดคนมีปัญญาก็จะเลือกใช้แต่ของดี ๆ ที่จะทำให้ชีวิตสดใสเบิกบาน ด้วยการระลึกนึกถึงสิ่งที่ดีงามนึกถึงดวงใสองค์พระใส
ภาวนา สัมมา อะระหัง เรื่อยไปเลย
จนกระทั่งพอใจหยุดนิ่ง ตัวก็จะโล่ง ไม่ทึบ แล้วจะโปร่งจะเบา
สบ๊าย สบาย ตัวก็จะขยายออกไป มันขยายของมันไปเอง แล้วก็หายไปเลย กลืนไปกับบรรยากาศ
เหมือนเรากับจักรวาลเป็นอันเดียวกันกับบรรยากาศ แล้วใจจะใสบริสุทธิ์ จนกระทั่งเห็นความบริสุทธิ์ผุดขึ้นมาในกลางกาย เป็นดวงใส
ๆ มาพร้อมกับความสุข ความรู้เรื่องราวที่เป็นความจริง จะเป็นดวงใส ใจก็จะติดแน่นตั้งมั่น
ไม่เขยื้อนเลย มันจะนิ่ง แล้วเราก็ตักตวงความสุขที่เกิดขึ้นจากหยุดกับนิ่งนั่นแหละ
ในกลางดวงใส ๆ ดวงที่ใสบริสุทธิ์นั่นแหละคือความบริสุทธิ์ที่ปรากฏให้เราเห็นได้ด้วยใจ
เหมือนดวงอาทิตย์ผุดเกิดขึ้นมา ทำให้เราเห็นได้ด้วยตามนุษย์
ต่างแต่ว่าดวงอาทิตย์ผุดขึ้นมา เห็นแล้วเราเคืองตา
มองไม่ได้ แต่ดวงใสภายในซึ่งสว่างกว่าดวงอาทิตย์เสียอีก แต่เราดูได้ด้วยใจที่เบิกบาน
ไม่เคืองตา ไม่แสบตา มีความสบายใสเย็นอยู่ภายใน แล้วเดี๋ยวใจก็จะค่อย ๆ เคลื่อนเข้าไปถึงพระรัตนตรัยในตัวเอง
ไม่ต้องไปทำอะไรเลย
![]() |
| ภาพจาก www.dmc.tv |
การปฏิบัติธรรมมันต้องง่ายแต่ลึกต้องทำของยากให้ง่ายแต่แม้ง่ายแต่ว่าลึกซึ้งตรึงใจนั่นแหละถึงจะถูกหลักวิชชาไม่ใช่ทำของง่ายซะยากอย่างนั้นไม่ถูกหลักวิชชา
เราสังเกตดูจากคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่เมื่อพระองค์แสดงธรรมอบรมสั่งสอนพุทธบริษัททั้ง
๔ พอฟังจบก็บรรลุธรรมาภิสมัยเลย ก็แสดงว่าธรรมที่พระองค์แสดงนั้นมันง่ายแต่ว่าลึกซึ้ง
เข้าถึงได้ ไม่ใช่เป็นของยากต่อการเข้าถึง เพราะมันต้องง่ายแต่ลึกซึ้ง เข้าถึงได้ถึงจะถูกหลักวิชชา
![]() |
| พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมแก่ปัญจวัคคีย์ และเกิดพระอรหันตสาวกองค์แรก ในวันเพ็ญเดือน ๘ |
หนังสือ ง่ายแต่ลึก ๓ หน้า ๒๒๘ - ๒๓๑
ขอขอบคุณภาพจาก www.pixabay.com, www.dmc.tv, เพจwordy guru







ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น