ตำแหน่งแห่งความสมปรารถนา (๑)
ตำแหน่งแห่งความสมปรารถนา (๑)
“ศูนย์กลางกายฐานที่
๗” ตำแหน่งแห่งความสุข
ชีวิตในแต่ละวันตั้งแต่เราเกิดมา สิ่งที่เราปรารถนาจริง
ๆ นั้นคือความสุข ตามความเข้าใจของเรา ความสุขไปอยู่ที่ไหน เราก็จะไปตรงนั้น โดยคิดว่าตรงนั้น
สิ่งนั้น คนนั้นจะทำให้เรามีความสุขได้
![]() |
| ภาพจาก www.pixabay.com |
คิดว่าอยู่ที่คนก็ไปที่คน คิดว่าอยู่ที่สัตว์ก็ไปที่สัตว์
คิดว่าอยู่ที่สิ่งของก็ไปที่สิ่งของ คิดว่าอยู่ที่ทรัพย์สินเงินทอง ลาภ ยศ สรรเสริญ
อำนาจ วาสนา ตำแหน่งหน้าที่การงานอะไรต่าง ๆ เราก็จะไปตรงนั้น ไปสู่ตำแหน่งนั้น แต่พอไปถึงตำแหน่งนั้นจริง
ๆ ปรากฏว่า เรายังไม่สมหวัง ตรงนั้นไม่เคยให้ความสุขอย่างที่เราอยากได้ บางครั้งกลับมีปัญหาและแรงกดดันเกิดขึ้น
ต้องคอยแก้ปัญหา รักษาตำแหน่ง ซึ่งมันก็มีปัญหาแรงกดดันเยอะแยะ เพราะแต่เดิมเราเข้าใจผิดว่า
ความสุขมันอยู่ที่ตำแหน่งตรงนั้น
ดังนั้น ชีวิตที่ผ่านมาเราจึงไม่เจอความสุขเลย เพราะในทุก
ๆ ตำแหน่งที่ผ่านมา ไม่ใช่ตำแหน่งที่จะให้ความสุขได้ ไม่ว่าจะตำแหน่งหน้าที่การงาน
หรือในฐานะอะไรก็แล้วแต่
แต่มีอยู่ตำแหน่งหนึ่ง ที่เราไม่เคยรู้จักเลย
แต่เป็นตำแหน่งที่สำคัญที่สุด ที่จะให้ความสมปรารถนาแก่เราได้ คือให้ความสุขอันไม่มีประมาณ
ให้ความพึงพอใจ จนเราไม่อยากได้อะไรอีกเลย ตำแหน่งตรงนี้ที่สำคัญ มันอยู่ในตัว ในกลางกายฐานที่
๗ ตรงนี้แหละ ที่เรามองข้ามไป เราไม่เคยมองเข้าไปเลย เพราะไม่เคยได้ยินใครสอน หรือแม้ใครสอนเราก็ไม่สนใจ
ไม่ให้ความสำคัญหรือดูเบาไป
![]() |
| ภาพจาก www.pixabay.com |
เราจะเห็นความแตกต่างได้ เมื่อใจเรามาหยุดนิ่งที่ตำแหน่งฐานที่
๗ ตรงนี้ได้ ถ้าหยุดนิ่งตรงนี้ได้ เราจะเห็นความแตกต่างอย่างมากมายทีเดียว
ที่มันยากเพราะเราคุ้นเคยกับตำแหน่งข้างนอก ตำแหน่งบุตร
ภรรยา สามี นักเรียน ครูบาอาจารย์ พ่อแม่ ผู้บังคับบัญชา ผู้ใต้บังคับบัญชา เศรษฐี
มหาเศรษฐี ตำแหน่งทางการเมือง ตำแหน่งอะไรต่าง ๆ เหล่านั้น ใจมันจะแล่นไปอย่างนั้นด้วยความคุ้น
เหมือนนกพอเราปล่อยมันก็บินไปในอากาศ ปลาปล่อยก็ลงน้ำ ไปตามที่มันคุ้นมันเคย
คำว่า
“โล่งใจ”
พอใจหยุดถูกส่วนเข้าเท่านั้นแหละ มันจะเกิดความรู้สึกโล่ง
ตัวโล่ง คำว่า โล่งใจ นี่ชาวโลกเขาขอยืมเอาไปใช้ คือเวลาทุกข์มันลดลง หรือปัญหาลดลง
เขาก็บอกว่ามันโล่งใจ แต่จริง ๆ แล้วไม่เคยรู้จักเลย
![]() |
| ภาพจาก www.pixabay.com |
โล่งใจ เราจะรู้จักต่อเมื่อมีประสบการณ์ภายในเมื่อใจหยุดนิ่งอยู่ที่กลางกาย
พอหยุดถูกส่วนสนิท ตัวก็จะโล่งเลย ใจจะโล่ง เหมือนอยู่ที่โล่ง ๆ โปร่ง เบา สบาย
พอสบาย ตัวก็จะขยาย ความรู้สึกของเราขยาย รู้สึกว่าใจขยาย
กายขยาย ขยายโตใหญ่จนกระทั่งกลมกลืนไปกับบรรยากาศ เหมือนเราเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับบรรยากาศ
เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับที่โล่ง ๆ กว้าง ๆ
แล้วใจก็จะใสเย็น มีปีติ มีความสุข คือสบายกาย สบายใจอย่างที่เราไม่เคยเป็นมาก่อน คล้าย ๆ
กับที่โล่งว่างนั้นบรรจุไปด้วยอณูแห่งความสุขที่อัดแน่น หนาแน่นเป็นสุขอยู่ภายใน
คำว่า
“แสงสว่างส่องนำทางชีวิต”
พอหยุดแรกได้ หยุดสอง หยุดสาม หยุดสี่ หยุด infinity มันก็ได้ ใจก็จะนิ่ง
พอใจนิ่งมันจะเคลื่อนเข้าไปสู่ภายใน โดยจะมีแสงสว่างส่องทางชีวิต
คำนี้ เราขอยืมเอามาใช้ ทั้ง ๆ ที่ไม่รู้จัก แต่เราจะคุ้นคำนี้ แสงสว่างส่องทางชีวิต แต่จริง ๆ แล้วเรายังไม่เคยเห็นเลย
คำนี้ เราขอยืมเอามาใช้ ทั้ง ๆ ที่ไม่รู้จัก แต่เราจะคุ้นคำนี้ แสงสว่างส่องทางชีวิต แต่จริง ๆ แล้วเรายังไม่เคยเห็นเลย
![]() |
| ภาพจาก www.pixabay.com |
แสงสว่างส่องทางชีวิต จะรู้จักเมื่อหลับตาแล้วไม่มืด มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับชีวิตของเรา
ไม่ว่าจะมีชีวิตอยู่ หรือมีชีวิตใหม่หลังตายแล้ว เป็นแสงสว่างที่เจิดจ้าละมุนละไมกว่าแสงใด
ๆ ในโลก ที่ให้ความปีติสุขหล่อเลี้ยงใจตลอดเวลาเลย ทั้งในมนุษย์และในปรโลก ในโลกใหม่
หลังชีวิตใหม่หลังจากตายแล้ว นี่แหละถึงจะเรียกว่าแสงสว่างส่องทางชีวิต
ความรู้ภายในจากการเห็นแจ้ง
ใจก็จะเคลื่อนเข้าไปสู่ภายในที่กว้างขวางใหญ่โตไปเรื่อย
ๆ โดยผ่านจุดเล็ก ๆ ใส ๆ ที่กลางกาย และก็จะไปเห็นของจริงที่อยู่ภายใน
ความรู้จะเกิดจากการเห็นแจ้ง ที่เขาเรียกว่า ปัญญายะปัสสติ
คือดวงปัญญาหรือความรอบรู้เกิดจากการเห็น
ที่ว่าปัญญาเป็นเครื่องเห็นนั้น หมายความว่า เห็นแล้วเข้าใจรู้เรื่อง
จะเห็นเป็นภาพขึ้นมาในขณะที่เรามีสติสัมปชัญญะบริบูรณ์ยิ่งกว่าปกติ สติก็เป็นมหาสติเกิดขึ้น
ปัญญาก็เป็นมหาปัญญา คือรู้ยิ่งกว่าปกติ
![]() |
| ภาพจาก www.pixabay.com |
เราจะเห็นภาพภายในตั้งแต่ดวงใส ๆ เป็นดวงประจำชีวิตของเรา
ถ้าได้ดวงนี้ล่ะก็ เราเป็นอยู่ได้ด้วยตัวเอง จะอยู่ป่า อยู่เขา ห้วย หนอง คลอง บึง
อยู่ใต้โคนไม้ เรือนว่าง ป่าช้า ป่าชัฏ ที่ไหน ๆ ในโลกก็อยู่ได้ทั้งสิ้นเลย มันเป็นอิสระ
อิสรภาพทางใจที่ใสบริสุทธิ์ มีความสุขด้วยตัวของตัวเอง โดยไม่ต้องไปพึ่งพิงวัตถุหรือสิ่งอื่น
จะมีก็เพียงแค่ปัจจัย ๔ เท่านั้น ปัจจัยที่ ๕, ๖, ๗, ๘ ไม่มี มีเพียงปัจจัย ๔
ก็พอประมาณในระดับกินอยู่ใช้แต่พอดี คือจะรู้สึกว่ามันพอ พอถึงจุดแห่งความดีขกายสุขใจแล้วมันพอมันจะพอดีของมันเราจะรู้จักคำว่าพอดี
ต่อเมื่อใจหยุดนิ่งอยู่ที่ตรงนี้ แค่ไหนพอดีที่เราจะกินอยู่ใช้แต่พอดี
![]() |
| ภาพจาก www.dmc.tv |
เมื่อใจเคลื่อนเข้าไปสู่ภายใน จะเห็นหนทางที่จะไปสู่จดหมายปลายทางของชีวิตที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์นี้ว่า
เรามีเวลาอย่างจำกัดในโลกนี้ เราจะใช้ชีวิตอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด แบบประหยัดสุดประโยชน์สูง
มีชีวิตเรียบง่ายแต่สูงส่ง มีสุขล้วน ๆ ที่ไม่มีทุกข์ในใจเจือเลย แม้ยังไม่หมดกิเลสอย่างบริบูรณ์
แต่ความบริสุทธิ์ของใจก็เพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ เราจะเห็นดวง เห็นกายภายใน เห็นองค์พระ
พระรัตนตรัยที่อยู่ภายใน ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า เป็นที่พึ่งที่ระลึกที่แท้จริง
สิ่งอื่นไม่ใช่
ที่พึ่งที่ระลึกที่แท้จริงอยู่ภายในตัวเรา
มนุษย์เมื่อมีความทุกข์ก็จะแสวงหาที่พึ่ง และก็สร้างพระเจ้าขึ้นมา
สร้างที่พึ่งที่ระลึกขึ้นมา โดยคิดว่าสิ่งที่จะเป็นที่พึ่งได้จะต้องยิ่งใหญ่สร้างสรรพสัตว์สรรพสิ่ง
หรือว่าสิ่งนี้อยู่ที่ไหนก็จะไปกราบไหว้ตรงนั้น นึกว่าอยู่ที่ต้นไม้ก็จะไปไหว้ต้นไม้
นึกว่าอยู่จอมปลวกก็ไปกราบไหว้จอมปลวก นึกว่าอยู่ที่สัตว์ประหลาดก็ไปไหว้สัตว์ นึกว่าอยู่ที่ภูเขา
อารามศักดิ์สิทธิ์ คิดว่าอยู่ตรงไหนก็จะไปตรงนั้น จนกระทั่งในที่ลงไม่อาจจะสัมผัสได้
ก็เลื่อนลอยกันไปอย่างนั้น
แต่ที่พึ่งที่ระลึกที่แท้จริงอยู่ภายใน
คือ พระรัตนตรัยที่อยู่ภายในตัว ส่วนพระรัตนตรัยภายนอกเขาจำลองจากภายในออกมาสู่ภายนอก
เพื่อให้รู้จักว่าข้างในมีอย่างนี้ แต่เมื่อยังไม่เห็นข้างใน ก็ดูข้างนอกไปก่อน
![]() |
| ภาพจาก www.webkal.org |
ทั้งหมดนี้มีอยู่ในตัวของเรา เมื่อใจหยุดนิ่งแล้วจึงจะเห็นได้
เมื่อเห็นแจ้งก็รู้แจ้ง ความรู้แจ้งเกิดการเห็นแจ้งเขาเรียกว่าตรัสรู้ คือ ความรู้แจ้งที่เกิดจากการเห็นแจ้งที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้
เป็นได้ เมื่อนำใจกลับมาหยุดนิ่งอยู่ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ตรงนี้
ขอบคุณภาพจาก www.pixabay.com, www.ebay.com, www.webkal.org, www.dmc.tv
หลวงพ่อธัมมชโย
๖
ธันวาคม ๒๕๕๒
จากหนังสือ
ง่ายแต่ลึก ๓ หน้า ๓๙ – ๔๔
ขอบคุณภาพจาก www.pixabay.com, www.ebay.com, www.webkal.org, www.dmc.tv







สาธุ ขอกราบแทบเท้าหลวงพ่อด้วยความเคารพและระลึกถึงอย่างยิ่ง และขอกราบขอบพระคุณความรู้ความเข้าใจทางธรรมที่ดี ที่หลวงพ่อเมตตาสั่งสอนให้เข้าไปอยู่ในใจของลูก ๆ สาธุ ขอกราบอนุโมทนาบุญ
ตอบลบ